" คิดถึงจัง.... คิดถึงทุกๆคน " เป็นช่วงเวลาที่ความคิดถึงรุมเร้า เคยมีอารมณ์แบบนี้กันบ้างมั้ย?

 

ในระหว่างที่หมิงนั่งอยู่กับกิ๊ฟท์สองคน

หมิง: “คิดถึงทุกคนจัง”

กิ๊ฟท์ : “คิดถึงก็โทรไปหาสิ”

หมิง: “เออ...เนอะ จริงๆมันก็แค่นั้นเองเนอะ”

กิ๊ฟท์ : “ก้อช่ายอ่ะสิ....ถ้าคิดถึงก็โทรไปหา จะได้หายคิดถึงไง ไม่เห็นต้องมานั่งเอาแต่คิดถึงเลย”

หมิง : “แต่....คนอื่นเค้าจะยุ่งอยู่หรือเปล่า....เราโทรไปจะไปรบกวนคนอื่นหรือเปล่า.....เฮ้อ......”

กิ๊ฟท์ : “ก็โทรไปแหละ เดี๋ยวเค้าไม่ว่าง เค้าก็บอกแกเองแหละ ถ้าเครียสมากก็ไม่ต้องโทร จบ”

หมิง : “อืม......จบ......”

 

จากการสนทนา...สรุปไม่ได้เลย..

ความคิดถึงคืออะไร...และเพื่ออะไร.......

และไม่น่าเชื่อ ความคิดถึงนี่ ก็สามารถสร้างปัญหาให้คนทั้งประเทศ ทุกเพศ ทุกวัยได้ ไม่เลือกสถานที่และวิธีการ

แล้วงี้ เราจะต้องทำยังไง กับไอ้ "ความคิดถึง" นี่ดีหละ 

 

รู้สึกว่า(เดาเอาเอง) เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ที่จะรักใครซักคน (สำหรับเรา) 

ความรัก กับ ความห่วงใย (ที่ทำให้คิดถึง) เป็นของที่มาเป็น Package คู่กัน

จะขอเล่าข้ามเรื่องของแรงจูงใจในการคิดถึงหรือความรัก เพราะเรื่องนี้ต้องเรียนกันเองกับพระเจ้า

และยังต้องเรียนกันต่อไปตลอดชีวิต

เพราะความรักมาจากพระเจ้า ถ้าจะติดตามพระเจ้า ก็ต้องรู้จักกับความรักนั้นด้วย (Agape)

 

ใครจะรักใคร ใครจะห่วงใยใคร ไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่ที่ผิดคือแรงจูงใจที่ผิดตางหาก 

เอาไว้คราวหน้าจะกลับมาเขียนถึงเรื่องนี้ให้ฟังใหม่ (เผื่อมีคนอยากฟังความเห็นด้านนี้จากการเรียนรู้ของเรา)

ความคิดถึงคืออะไร

คือการที่มีเรื่องของคนๆหนึ่งอยู่ในหัว ถ้าเป็นภาพการ์ตูนคงเห็นเป็นภาพ บอลลูน แล้วมีหน้าคนนั้นปรากฏขึ้นมา

 

ความคิดถึงเฉยๆ จะไม่มีคุณสมบัติอะไรที่รุนแรง แต่ความคิดถึงที่รุนแรงขึ้น

มักจะเกิดกับการที่คิดถึง คนที่ไม่ได้เจอกันนาน หรือจะเกิดเป็นขั้นสุด กับคนที่ไม่สามารถติดต่อกันได้อีก

 

และความรุนแรงจะแปรผันตามระยะเวลา และความสัมพันธ์ด้วย

 

ความคิดถึงสามารถทำอะไรได้กับชีวิตเราบ้าง?

เราเชื่อว่า โดยความคิดถึงที่เกิดจากความรักของพระเจ้า (อย่างแท้จริง) จะเป็นผลลัพธ์ของสิ่งที่ดีเสมอ จะเป็นสิ่งที่ผลักดันการเดินทางเพื่อพระเจ้า และเพื่อยอมออกไปให้พระเจ้าใช้เรากับคนอื่น

 

ส่วนความคิดถึงที่เป็นเหมือนทางที่บิดเบียน..... คือความรักที่แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ....

แน่นอน มันไม่ใช่ความรักที่แท้จริง ที่เป็นความรักของพระเจ้า อย่างที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ 1 โครินทร์บทที่ 13

แม้ข้าพเจ้าพูดภาษาแปลกๆได้ ทั้งภาษามนุษย์และภาษาฑูตสวรรค์ แต่ถ้าปราศจากความรัก
ข้าพเจ้าก็เป็นแค่ฆ้องหรือฉิ่งฉาบที่กำลังส่งเสียง
หากข้าพเจ้ามีของประทานในการเผยพระวจนะ สามารถหยั่งถึงข้อล้ำลึกทั้งปวงและความรู้ทั้งสิ้น
และถ้าข้าพเจ้ามีความเชื่อที่เคลื่อนภูเขาได้ แต่ไม่มีความรัก
ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไร
แม้ข้าพเจ้ายกทรัพย์สินทั้งหมดให้คนยากไร้และยอมพลีกายให้เอาไปเผาไฟ
แต่ไม่มีความรักก็เปล่าประโยชน์
ความรักย่อมอดทนนาน
ความรักคือความเมตตา ไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ฉุนเฉียว ไม่จดจำความผิด
ความรักไม่ปิติยินดีใจความชั่ว แต่ชื่นชมยินดีในความจริง
ความรักปกป้องคุ้มครองเสมอ ไว้วางใจได้เสมอ มีความหวังอยู่เสมอและอดทนบากบั่นอยู่เสมอ
ความรักไม่มีวันสูญสิ้น
แม้การเผยพระวจนะจะเลิกรา การพูดภาษาแปลกๆจะเงียบหาย ความรู้จะล่วงพ้นไป
เพราะเรารู้เพียงบางส่วนและเราเผยพระวจนะเพียงบางส่วน
แต่เมื่อความสมบูรณ์พร้อมมาถึง สิ่งที่ไม่สมบูรณ์ก็จะหมดสิ้นไป
เมื่อข้าพเจ้ายังเป็นเด็ก ข้าพเจ้าพูดอย่างเด็ก คิดอย่างเด็ก ใช้เหตุผลอย่างเด็ก
แต่เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ข้าพเจ้าก็ทิ้งวิถีทางอย่างเด็กไว้เบื้องหลัง
เวลานี้เราเห็นแต่เงาสะท้อนเลือนรางเหมือนมองในกระจก
แต่เวลานั้นเราจะเห็นกันหน้าต่อหน้า
เวลานี้ข้าพเจ้ารู้เพียงบางส่วน แต่เวลานั้นข้าพเจ้าจะรู้แจ้งเหมือนที่ทรงรู้จักข้าพเจ้าอย่างแจ่มแจ้ง
ฉะนั้นสามสิ่งนี้ยังคงอยู่คือ
ความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก
แต่ความรักยิ่งใหญ่ที่สุด
1โครินธ์ 13

พระเจ้ามีแต่สอนที่เราจะออกไปให้ และไม่มีที่จะให้เราไปเอาของสิ่งใดมาเป็นเจ้าของ

 

มันง่ายกว่าแน่นอน ที่จะรับ.... ความรักที่พระเจ้าทรงนำ... เป็นสถานการณ์ที่ทุกคนอยากได้ และอยากให้พระเจ้านำไปพบ

แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะให้ด้วยเช่นกัน

กิ๊ฟท์เคยบอกว่า จริงๆแล้วเราไม่ได้เสียอะไรไปเลยซักอย่าง เพราะว่าเราไม่ได้มีตั้งแต่ต้นแล้ว ทุกอย่างเป็นของพระเจ้า และเป็นพระเจ้าเองที่สร้างทุกอย่าง  ทุกอย่างทั้งสิ้นทั้งมวล (เหมือนทุกสรรพสิ่งในทุกอย่าง (วงเล็บอธิบายไม่ได้ช่วยเลย....)) พระเจ้าก็ทรงทำ ด้วยความรักที่พร้อมจะให้ สิ่งที่ดีที่สุดอย่างเต็มพิกัดอยู่แล้ว

 

ตอนนี้เรียนรู้การยอมจำนนต่อพระเจ้าในขั้นที่เป็นมิติลึกล้ำขิ้นไปอีก

ไม่ใช่เงินทองหรือสิ่งของ หรือความสามารถใดๆ

 

แต่เป็นการยอมจำนนว่าความรักนั้น ที่มานั้นมาจากพระเจ้า และความรักของพระเจ้าเองที่ยิ่งใหญ่เหนือความรักใดๆ ความรักจากพระเจ้าเท่านั้นที่จะเป็นความรักที่ทำให้เราอิ่มได้ในทุกๆวัน

 

แล้วความคิดถึงที่เกิดขึ้นเพื่ออะไรหละงั้น?

นึกถึงเหล่าจดหมายฝาก ที่สาวกต่างๆของพระเยซูได้เขียนถึงคนที่เค้า “คิดถึง”

มีข้อความเตือนใจ คำสอน ความจริง ไปจนถึงการอธิษฐานเผื่อ.....

ที่ทุกอย่างที่เราได้อ่านในพระคัมภีร์นั้นคือความรักแบบนี้เอง

 

เป็นความคิดถึงที่พระเจ้าสร้างมา เพื่อผูกพันเราไว้ด้วยกัน ที่เราจะได้มีชีวิตที่เอื้อหนุนกัน และได้ร่วมกัน อยู่ในความรักของพระคริสต์

ถ้าความรักคือแรงจูงใจหรือที่มาของแรงบันดาลใจ ความคิดถึง ก็คงจะเป็นเหมือนผลที่ได้จากความรัก ที่จะนำไปสู่การแสดงออกในที่สุด

เหมือนเวลาเราคิดถึงเพื่อน.... ก็จะพยายามตอบ Need ของความรู้สึกของตัวเองในตอนนั้น ด้วยการโทรไป หรือทำอะไรน่ารักๆ ให้กับเพื่อนคนนั้น

เรียกว่าเป็นระบบความรักที่ถูกออกแบบไว้ในมนุษย์อย่างงดงาม (ไม่มีทางที่ความน่ารักนี้ จะเกิดขึ้นจากความบังเอิญ)

 

งี้แล้วถ้าคิดถึงควรจะทำยังไงหละ? 

คำตอบมีอยู่ในพระคัมภีร์ทุกบทเลย (โดยเฉพาะส่วนที่เป็นจดหมายฝากในพระคัมภีร์ฉบับใหม่) 

คิดว่าคงเป็นแบบสาวกแหละ..... คิดถึงก็โทรไปหาสิ จะเขียนจดหมายหรืออะไรก็ได้

คิดถึงก็ติดต่อไปสิ ใช้เวลาที่จะแบ่งปันกันนั้นแหละ แบบสาวกที่มีต่อพี่น้องทั้งหลาย

ติดต่อไปในคำอธิษฐาน ที่จะได้อธิษฐานเผื่ออยู่เสมอ

จะเห็นอ.เปาโล เขียนไปเป็นจดหมายฝากด้วยข้อความที่เต็มไปด้วยความคิดถึงอยู่เสมอ

ไม่เหมือนการเขียนที่เป็นคำสั่งสอน

ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ การเขียนในแต่ละบท จะเป็นการเขียนเล่าถึงความสัมพันธ์

อย่างอ.เปาโล คิดถึง เลยเขียนถึงทีโมธี สังเกตุได้จาก ข้อความขึ้นต้นที่เต็มไปด้วยความรักมากมายอย่างเช่น

" ถึง ทีโมธี ผู้เป็นบุตรแท้ของเราในความเชื่อ ขอพระคุณและพระกรุณาและสันติสุขจากพระบิดาเจ้าและจากพระเยซูคริสตเจ้าของเรา จงดำรงอยู่กับท่านเถิด"

นี่แค่ตอนขึ้นต้นจดหมาย ก็มีทั้ง Noun Adj. V. บอกว่ารักและคิดถึงนะ

 

ต่อไปนี้ ถ้าคิดถึงใคร.....คงจะเริ่มจากอธิษฐานเผื่อด้วยความรัก ความห่วงใย และโทรไป หรือติดต่อไป..... ด้วยแรงจูงใจที่ดี และเจตนาที่รักใคร่ ถ้าเค้าไม่ว่างคุย คงไม่มีใครโกรธลงหรอก ก้อเรารักกันหนิ ก็เลยคิดถึงใช่ม้า

 

ปล. สำหรับเราแล้ว ยอห์น เป็นเหมือนผู้ที่เข้าใจหน้าที่ของตัวเอง ที่พระเจ้าทรงเรียก แต่ซาอูลกลับไม่ได้เป็นตามหน้าที่ที่พระเจ้าทรงเรียกให้เป็น.... เลยสรุปสลดแบบนั้น... ตอนนี้มาคิดว่า พระเจ้าทรงเรียกให้เราทำอะไร....

และเรากำลังทำหน้าที่ที่ดีหรือเปล่า ดังนั้น การเรียนรู้ที่ผ่านมาก็คงเป็นการตำหนิจากพระเจ้าที่ทรงเตือนด้วยความรัก และความหวัง ที่จะเห็นเรามีชีวิตที่บริสุทธิ์เหมือนอย่างพระคริสต์

ปล.2 สิ่งสารพัดที่จะยอมสละเพื่อพระคริสต์ และการเรียนรู้หัวใจที่สัตย์ซื่อ เป็นการทรงนำของพระวิญญาณ ดังนั้นขออธิษฐานฝากการทรงนำนี้ไว้กับพระเจ้าด้วย

ปล.3 ในวันนี้ รักพระเจ้าจัง พระเจ้าบอกรักจนอิ่มในทุกๆวัน จริงๆ

ปล.4 ไม่กลัวอีกแล้ว...กับความคิดถึง ขอบคุณพระเจ้า

 

edit @ 24 Jan 2008 04:05:31 by Atgenda

edit @ 25 Jan 2008 18:46:46 by Atgenda

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขออภัยด้วย ตัวอักษรและการจัดหน้า(มึน)
กะยึกกะยือไปหน่อย

ไปเขียนไปเวิร์ดมาก่อนแล้วค่อยก๊อปมา
ตัวอักษรเลยแปลกๆ

แหะๆ คราวหน้าแก้ตัวใหม่นะพี่น้อง

#1 By Atgenda on 2008-01-24 03:28

ทำไรไม่ได้ก็จงคิดถึงต่อไป sad smile

#2 By iDoi* on 2008-01-24 03:57

big smile
ใช่ ค่ะ..
คิด ถึ๊ง คิด ถึง แหะ ๆ

#3 By BoBi on 2009-01-29 21:27

เราคิดถึงเพื่อนแต่เพื่อนไม่ออลไลน์(เป็นเพื่อนที่รักมากที่สุดในเกม)จนถึงปัจจุบันเขาคนนั้นก็ยังไม่มาออลไลน์ มีวิธีทำยังไงทีไม่ต้องหั้ยเราคนนี้ต้องคิดถึง
คิดถึงเพื่อนจังเพื่อนไม่ออลไลน์เพื่อนคนนั้นชื่อไอซ์เรายังเก็บภาพของไอซ์เอาไว้อยู่ อยากหั้ยไอซ์อยู่จังว่าเนยคิดถึงไอซ์

#5 By เนย (125.24.86.169) on 2009-03-07 11:33

ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆ จนหยุดความคิดถึงเลยconfused smile confused smile confused smile confused smile big smile big smile ขอบใจนะ
บายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#6 By ข้าวปาย (118.175.172.24) on 2009-09-15 13:06

ถ้าเกลียดเพื่อนหรือโกรธเพื่อนเราควรไปขอโทษหรือไม่ก็เซอร์ไพร้เพื่อนๆเราน่ะถึงแม้จะตบหัวเล่นๆกันบ้างแต่บ้างครั้งถ้าเรานึ้กถึงตอนเราเล่นด้วยกันเข้าค่ายด้วยกันทานข้าวด้วยกันหัวเราะด้วยกันเราอาจจะหลั่งน้ำตามาก็ได้

#7 By บิว (125.26.119.178) on 2009-09-23 20:06